สนามหญ้าสีเขียวดูสบายตา พร้อมด้วยกลิ่นไอธรรมชาติชวนผ่อนคลาย จะดีแค่ไหนหากได้เติมพลังใจด้วยสิ่งเหล่านี้ในทุกๆ วัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการทำสนามหญ้าหน้าบ้านถึงเป็นที่นิยม
สำหรับท่านใดที่ต้องการจัดตกแต่งสนามหญ้าหน้าบ้านสวยๆ แต่ยังนึกไอเดียไม่ออก ทาง Matiply ก็ได้รวบรวมมาให้ในบทความนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าหน้าบ้านขนาดเล็กหรือกว้างก็มีให้พร้อม แถมด้วยเคล็ดลับการทำระบบระบายน้ำ เพื่อให้สนามหญ้าสวยทน ไร้น้ำขัง ให้สามารถชื่นชมและใช้สนามหญ้าสวยๆ กันไปได้นานๆ
7 ไอเดียการจัดตกแต่งสนามหญ้าหน้าบ้านสวยๆ
รวมไอเดียการจัดตกแต่งสนามหญ้าหน้าบ้านสวยๆ ในหลากสไตล์ พร้อมด้วยรูปตัวอย่าง
1. สนามหญ้าโล่งกว้าง ปลอดโปร่งและเป็นอิสระ


หากบ้านใครมีบริเวณ สามารถทำสนามหญ้าหน้าบ้านกว้างๆ ได้ แนวทางการจัดตกแต่งสุดคลาสสิกที่ได้รับความนิยมอย่างหนึ่งก็คือการปล่อยโล่ง ซึ่งจะช่วยให้สามารถสัมผัสกับความรู้สึกปลอดโปร่งและเป็นอิสระได้อย่างเต็มที่ ทั้งการเดินชมวิว วิ่งเล่น หรือปูเสื่อนั่งทำกิจกรรมต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยสะดวก
2. สนามหญ้าเล็กๆ ใกล้ชิดธรรมชาติแบบประหยัดพื้นที่


กรณีที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการประหยัดพื้นที่ไว้ทำอย่างอื่น การทำสนามหญ้าหน้าบ้านเป็นโซนขนาดเล็กก็น่าสนใจไม่น้อย โดยอาจทำสนามหญ้าเป็นพื้นที่กึ่งกลางให้รายล้อมไปด้วยโซนนั่งเล่นและโซนกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งจะให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติได้ไม่แพ้สนามหญ้าแบบเต็มพื้นที่ ทั้งยังสามารถดูแลได้ง่ายกว่า


หรืออีกไอเดียที่น่าสนใจก็คือการทำพื้นหญ้าหรือสนามหญ้าเล็กๆ ไว้ในจุดที่ไม่ค่อยได้ถูกเหยียบย่ำ เช่น ริมทางเดินหรือริมขั้นบันได ซึ่งแม้จะมีการใช้งานที่จำกัด แต่ก็สามารถช่วยเสริมบรรยากาศความเป็นธรรมชาติและช่วยเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวได้เช่นกัน
3. ทางเดินบนสนามหญ้า ทั้งดูดีและเดินสะดวก



การทำทางเดินบนสนามหญ้าหน้าบ้านก็เป็นอีกไอเดียการตกแต่งที่ได้รับความนิยมพอสมควร เนื่องด้วยข้อดีในการใช้งานหลายประการ เช่น เดินสะดวกขึ้น ช่วยเลี่ยงการเหยียบย่ำพื้นหญ้าชื้น เป็นต้น ซึ่งวัสดุที่ใช้ปูนั้นก็จะมีให้เลือกหลากหลายแบบ อาทิ แผ่นหิน แผ่นไม้ แผ่นคอนกรีต ฯลฯ
4. มุมนั่งบนสนามหญ้า สำหรับนั่งชิลชมบรรยากาศ






แม้ว่าบางคนจะชอบปูเสื่อนั่งบนสนามหญ้า แต่สำหรับอีกหลายคน การจัดให้มีมุมนั่งอย่างเป็นกิจลักษณะก็เป็นที่ถูกใจมากกว่า เพราะสะดวกและเสี่ยงเลอะน้อย โดยที่นั่งที่ใช้ก็สามารถเลือกได้หลายแบบ ตั้งแต่เก้าอี้พับ เก้าอี้เอนนอน ม้านั่ง เก้าอี้แขวน ฯลฯ โดยอาจจัดวางพร้อมโต๊ะหรือที่วางของ เพื่อให้การทำกิจกรรมต่างๆ มีความสะดวกมากขึ้น


นอกจากนี้แล้ว หากใครต้องการเพิ่มลูกเล่นและตัวเลือกกิจกรรม การติดตั้งชิงช้าหรือเปลนอนบนสนามหญ้าหน้าบ้าน ก็นับเป็นไอเดียที่น่าสนใจเช่นกัน
5. แหล่งน้ำบริเวณสนามหญ้า เติมความสดชื่น ช่วยคลายร้อน




สนามหญ้าหน้าบ้านยังสามารถตกแต่งเพิ่มเติมได้ด้วยแหล่งน้ำต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อประดับเสริมบรรยากาศเฉยๆ เช่น บ่อน้ำ ลำธาร น้ำพุ น้ำตก ฯลฯ หรือสำหรับลงไปแช่ ว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ อ่างแช่น้ำ เป็นต้น ซึ่งก็มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับสภาพอากาศในบ้านเรา
6. เติมสีสันด้วยดอกไม้หลากสี เสริมความมีชีวิตชีวาให้กับสนามหญ้า




สำหรับใครที่ชอบสีสัน อยากเติมความมีชีวิตชีวาให้กับสนามหญ้า ก็สามารถเลือกปลูกดอกไม้ตามสีที่ชอบได้เช่นกัน โดยอาจปลูกลงดินไว้ริมสนามหญ้า ทำที่กั้นแยกส่วนกัน หรือปลูกแยกใส่กระถางเพื่อให้สะดวกต่อการดูแลและเคลื่อนย้าย
ทั้งนี้ ดอกไม้ที่ปลูกใส่กระถางก็สามารถจัดวางได้หลายตำแหน่ง เช่น ริมสนามหญ้า ริมต้นไม้ บนโต๊ะ บนรั้ว ตลอดจนบนอุปกรณ์สำหรับตกแต่งโดยเฉพาะ อย่างเช่น รถเข็นหรือชั้นวางที่มีลักษณะเป็นโครงเหล็ก
7. สนามหญ้าจากหญ้าเทียม เขียวได้ทั้งปี ทั้งยังดูแลง่าย


เทรนด์หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมก็คือการทำสนามหญ้าหน้าบ้านด้วยหญ้าเทียมแทนหญ้าจริง ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น ดูแลง่าย ไม่ต้องคอยตัด รดน้ำ ใส่ปุ๋ย หรือกำจัดวัชพืช เขียวได้ตลอดทั้งปี มีอายุการใช้งานยาวนาน ทั้งยังสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การปูหญ้าเทียมก็จะมีข้อเสียและข้อจำกัด ได้แก่ มีขั้นตอนการติดตั้งค่อนข้างซับซ้อน ไม่มีกลิ่นหญ้าธรรมชาติ ไม่ได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนพืชจริง และมักจะดูดซับความร้อนมากกว่าหญ้าจริง


ทั้งนี้ เนื่องจากหญ้าเทียมนั้นมีความยืดหยุ่นในด้านพื้นที่ติดตั้งสูง จึงเกิดไอเดียการนำหญ้าเทียมมาติดตั้งบนพื้นที่บันไดหรือตามเฟอร์นิเจอร์นอกบ้าน เช่น เก้าอี้ม้านั่ง ซึ่งก็นับว่าเป็นไอเดียนอกกรอบที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
สนามหญ้าบนดาดฟ้าและระเบียง อีกกระแสที่มาแรง


นอกจากสนามหญ้าหน้าบ้านแล้ว การทำสนามหญ้าบนดาดฟ้าและระเบียงก็เป็นอีกแนวทางที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะสำหรับบ้านและอาคารในเมืองซึ่งมีพื้นที่จำกัด ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมใช้หญ้าเทียม เพราะมีความทนทานสูงและดูแลได้ง่ายกว่า
เคล็ดลับการทำสนามหญ้าให้สวยทน
กรณีของสนามหญ้าจริง หากจะให้สวยทนยาวนานก็จะต้องมีการติดตั้งและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งก็มีข้อแนะนำดังนี้
- การเลือกพันธุ์หญ้า ควรเลือกชนิดพันธุ์หญ้าให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและการใช้งาน เนื่องจากหญ้าแต่ละพันธุ์จะมีคุณสมบัติที่ต่างกัน เช่น หญ้านวลน้อยและหญ้าญี่ปุ่นจะชอบแดดจัดและทนต่อการเหยียบย่ำ ในขณะที่หญ้ามาเลเซียจะชอบแดดร่มและไม่ทนต่อการเหยียบย่ำ เป็นต้น
- การตัดหญ้า ควรตัดหญ้าเป็นประจำ ทั่วไปแล้วแนะนำให้ตัดทุก 1-2 สัปดาห์ โดยควรใช้อุปกรณ์ตัดที่มีความคม ตัดครั้งละไม่เกิน 1/3 ของความยาวหญ้า (เพื่อป้องกันหญ้าล้มตาย) และควรหลีกเลี่ยงการตัดหญ้าขณะชื้นหรือขณะที่มีอากาศร้อนจัด
- การให้น้ำ ช่วงที่เพิ่งลงหญ้าใหม่ๆ ควรรดถี่หน่อย ทั่วไปวันละ 3-5 ครั้ง นานประมาณ 7-10 วัน เพื่อให้หญ้าลงรากลึก ส่วนความถี่ในการให้น้ำหลังจากนั้นก็จะต้องขึ้นอยู่กับพันธุ์หญ้าและสภาพภูมิอากาศ (เช่น หน้าฝนจะจำเป็นต้องรดน้ำน้อยลง) ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงระหว่างวันละ 2 ครั้ง ไปจนถึง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่แนะนำส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเช้าตรู่และประมาณบ่าย 3 โมง เพราะเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด แต่ก็ไม่ได้เอื้อให้เกิดความชื้นสะสมนานเกินไป
- การให้ปุ๋ย การให้ปุ๋ยจะต้องพิจารณาจากพันธุ์หญ้า สภาพภูมิอากาศ และสภาพดินเป็นสำคัญ ซึ่งทั่วไปจะแนะนำอยู่ที่ประมาณ 2-3 ครั้งต่อปี
- การควบคุมวัชพืช ก่อนลงหญ้าควรมีการกำจัดวัชพืชอย่างเหมาะสม โดยหากใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชก็ควรมีช่วงพักที่ยาวนานเพียงพอ ทั่วไปแล้วจะแนะนำที่ประมาณ 7-10 วัน และหลังลงหญ้าแล้วก็ควรหมั่นสังเกตวัชพืชเป็นระยะ ซึ่งหากพบปัญหาก็ควรรีบจัดการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อหญ้า
- การเติมอากาศ ควรมีการเติมอากาศให้กับสนามหญ้าทั้งช่วงก่อนลงหญ้าและหลังใช้งานไปสักระยะ ทั่วไปแล้วจะแนะนำที่ทุกๆ 1-5 ปี เพื่อป้องกันปัญหาดินแน่นแข็ง ซึ่งจะทำให้อากาศ น้ำ และสารอาหารถูกดูดซึมโดยรากของหญ้าได้แย่ลง โดยวิธีการนั้นก็จะมีทั้งแบบใช้เครื่องมือและเครื่องจักร
- การทำระบบระบายน้ำ ก่อนลงหญ้าควรมีการทำระบบระบายน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หญ้าเฉาตาย โดยหากเป็นสนามหญ้าที่สามารถรองรับการจอดรถได้ด้วย ก็จะนิยมใช้อุปกรณ์เฉพาะทางอย่าง Grass Paver เนื่องจากสามารถรับน้ำหนักได้ดี
การวางระบบระบายน้ำสำหรับสนามหญ้าจริงที่รองรับการจอดรถ

กรณีของสนามหญ้าจริงที่สามารถใช้เป็นพื้นที่จอดรถ ก็จะนิยมใช้อุปกรณ์เฉพาะทางอย่าง Grass Paver (หรืออาจเรียกว่า “แผ่นปลูกหญ้า”) ในการทำชั้นระบายน้ำใต้หญ้า เนื่องจากมีความทนทานสูงและสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี โดยจะมีตัวอย่างขั้นตอนในการติดตั้งดังนี้ (Grass Paver ยังสามารถใช้กับพื้นที่โรยกรวดได้ด้วย)
- บดอัดชั้นดิน เพื่อปรับระดับและเตรียมพื้นผิวของชั้นดินให้เรียบร้อย
- ติดตั้ง Grass Paver โดยปูให้คลุมบริเวณชั้นดินที่เตรียมไว้ สามารถเชื่อมต่อระหว่างแผ่นได้อย่างสะดวกด้วยระบบ Interlocking และสามารถใช้เลื่อยหรือเครื่องตัดในการตัดแต่งให้พอดีกับพื้นที่ติดตั้ง
- ลงชั้นดินปนทราย เมื่อติดตั้ง Grass Paver เรียบร้อยแล้ว ให้ลงชั้นดินปนทรายทับให้เต็มทุกช่องของ Grass Paver
- ลงหญ้า จากนั้นก็ให้ดำเนินการลงหญ้าให้เรียบร้อย
การวางระบบระบายน้ำสำหรับสนามหญ้าเทียม
ในกรณีที่ใช้หญ้าเทียม การวางระบบระบายน้ำที่ดีก็มีความสำคัญไม่แพ้หญ้าจริง เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังและปัญหาแผ่นหญ้าเทียมชื้นสะสม ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดเชื้อรา ทั้งยังทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลง
โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้ Drainage Cell ในการทำระบบระบายน้ำ เพราะมีความทนทานสูงและมีประสิทธิภาพดี ทั้งยังติดตั้งได้ง่าย
อ่านเพิ่มเติม : หญ้าเทียม วางระบบระบายน้ำอย่างไร ไม่ให้น้ำท่วมขัง
Matiply ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์งานภูมิทัศน์
Matiply เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบระบายน้ำสำหรับสนามหญ้าจริงที่เป็นพื้นที่จอดรถ ได้แก่ Grass Paver และสนามหญ้าเทียมทั่วไป ได้แก่ Drainage Cell ตลอดจนอุปกรณ์งานภูมิทัศน์อื่นๆ เช่น Geotextile, Geocell, Edge Profile ฯลฯ โดยครอบคลุมทั้งสำหรับงานโครงการและผู้ใช้ทั่วไป
ซึ่งที่ Matiply เราคัดเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จำหน่ายในราคาย่อมเยา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยผลักดันแนวคิดเมืองสีเขียว ให้ประเทศไทยมีความร่มรื่นน่าอยู่และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
หากท่านใดสนใจรับคำปรึกษาหรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กับทาง Matiply ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ ทาง Matiply ยินดีให้บริการค่ะ